นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท วาย เอช เอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ต่อไปนี้จะเรียกว่า ‘บริษัทฯ’) บริษัทฯขอเรียนว่า บริษัทฯได้ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทฯจึงได้จัดทำนโยบายฉบับนี้ เพื่อแจ้งการจัดเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล ดังมีข้อความต่อไปนี้
1. วัตถุประสงค์
นโยบายนี้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้แก่ท่าน ซึ่งถือว่าเป็น “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” ตามกฎหมาย ทราบถึง
-
วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล
-
ข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจเปิดเผยได้โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย (Lawful basis)
-
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บรวบรวม
-
ระยะเวลาการเก็บรวบรวมและการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
-
ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทฯ
-
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น บริษัทฯจึงได้กำหนดนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯเก็บรวบรวม วัตถุประสงค์ ฐานทางกฎหมาย และระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
บริษัทฯ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากหลากหลายช่องทางทั้งทางตรงและทางอ้อมทั้งในรูปแบบเอกสารหรือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากการจัดเก็บจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง ซึ่งเกิดจากการวิเคราะห์และรวบรวมสถิติในการใช้บริการหรือใช้งานระบบ ทั้งนี้ บริษัทฯจะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านเฉพาะเท่าที่จำเป็น ภายใต้วัตถุประสงค์ที่บริษัทฯได้แจ้งไว้ในนโยบายฉบับนี้
2.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวบ
ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวม ได้แก่
-
ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ, นามสกุล, อายุ, วันเดือนปีเกิด เป็นต้น
-
ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล เป็นต้น
-
ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน เช่น บัญชีผู้ใช้งาน, ประวัติการใช้งาน เป็นต้น
-
ข้อมูลด้านเทคนิค อาทิ ข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์และระบบต่าง ๆ ของบริษัทฯ, ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ การเก็บข้อมูลการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต(Log), ข้อมูลการติดต่อและสื่อสารระหว่างเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ใช้งานรายอื่น, ข้อมูลจากการบันทึกการใช้งาน เช่น ตัวระบุอุปกรณ์, หมายเลข IP ของคอมพิวเตอร์, รหัสประจำอุปกรณ์, ประเภทอุปกรณ์, ข้อมูลเครือข่ายมือถือ, ข้อมูลการเชื่อมต่อ, ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์, ประเภทของเบราว์เซอร์ (Browser), ข้อมูลบันทึกการเข้าออกระบบ, ข้อมูลแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าถึงก่อนและหลัง (Referring Website), ข้อมูลบันทึกประวัติการใช้ระบบ, ข้อมูลบันทึกการเข้าสู่ระบบ (Login Log), ข้อมูลรายการทำธุรกรรม (Transaction Log), พฤติกรรมการใช้งาน, สถิติการใช้ระบบ, เวลาที่เยี่ยมชมระบบ (Access Time)
-
ข้อมูลอื่น ๆ เช่น รูปภาพ, ภาพเคลื่อนไหว, และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
-
ข้อมูลการใช้บริการ, ความสนใจและ ความคิดเห็นที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้แสดงผ่านระบบของบริษัทฯ (ถ้ามี) การลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ผ่านระบบของบริษัทฯ, ข้อมูลการทำแบบสอบถาม, ข้อมูลที่ได้จากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลติดต่อกับบริษัทฯ หรือทีมงานของบริษัทฯ
2.2 การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
2.2.1บริษัทฯจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบเอกสารและรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดเก็บในสถานที่ที่มีการจำกัดสิทธิเข้าถึง เช่น เก็บไว้ใน Server หรือเก็บไว้บน Cloud ที่เป็นผู้ให้บริการของบริษัทฯ เป็นต้น
2.2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกจัดเก็บเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่ได้แจ้งแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจนกว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะสิ้นสุดความสัมพันธ์กับบริษัทฯ ทั้งนี้บริษัทฯ อาจจะต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลต่อไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
3. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
-
เพื่อสร้างและจัดการบัญชีผู้ใช้งาน
-
เพื่อจัดส่งสินค้าหรือบริการ
-
เพื่อปรับปรุงสินค้า บริการ หรือประสบการณ์การใช้งาน
-
เพื่อการบริหารจัดการภายในบริษัทฯ
-
เพื่อการตลาดและการส่งเสริมการขาย
-
เพื่อการบริการหลังการขาย
-
เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะ
-
เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ
-
เพื่อปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไข (Terms and Conditions)
-
เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของหน่วยงานราชการ
4. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้เป็นครั้งคราว โดยบริษัทฯจะแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้ท่านทราบ และได้รับความยินยอมจากท่านก่อนการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นกรณีตามกฎหมายบัญญัติให้กระทำได้
5. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯได้ดำเนินการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลหมายถึง การธำรงไว้ซึ่งความลับ (Confidentiality), ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity), และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้เพื่อป้องกันการสูญหาย, เข้าถึง, ใช้, เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ
บริษัทฯได้แจ้งมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ให้แก่ท่าน รวมถึงสร้างเสริมความตระหนักรู้ด้านความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้กับท่าน
บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันการบริหารจัดการ (administrative safeguard), มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical safeguard) ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (access control) ซึ่งประกอบด้วยการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
-
การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและอุปกรณ์ในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยคำนึงถึงการใช้งานและความมั่นคงปลอดภัย
-
การกำหนดเกี่ยวกับการอนุญาตหรือการกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
-
การบริหารจัดการการเข้าถึงของผู้ใช้งาน (user access management) เพื่อควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้ว
-
การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน (user responsibilities) เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต, การเปิดเผย, การครอบครอง หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล, การลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
-
การจัดให้มีวิธีการเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับการเข้าถึง, เปลี่ยนแปลง, ลบหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องเหมาะสมกับวิธีการและสื่อที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯจะทบทวนมาตรการเหล่านี้ตามความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยมีประสิทธิภาพและเหมาะสม
6. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
ในกรณีที่บริษัทฯส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ เช่น ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ (Cloud Computing) ที่มีแพลตฟอร์มหรือเครื่องแม่ข่าย (Server) อยู่ต่างประเทศ, ผู้ประมวลผลข้อมูล, ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม (Platform as a Service: PaaS) เป็นต้น เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดในนโยบายฉบับนี้ ประเทศปลายทางหรือองค์กรระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ และจะสามารถบังคับใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งมีมาตรการเยียวยาทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้
-
สิทธิในการขอถอนความยินยอม (Right to withdraw consent): ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัทฯ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมาย (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น)
-
สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล (Right to access): ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทฯและขอให้บริษัทฯทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่านตลอดจนขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมว่าบริษัทฯได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร
-
สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล (Right to data portability):ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทฯได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทฯส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคล ที่ได้ถูกโอนให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่นถูกส่งมายังบริษัทฯโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค
-
สิทธิขอคัดค้าน (Right to object): ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่คุณสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผลหรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์
-
สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล (Right to erasure/destruction): ท่านมีสิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคล เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของได้ ท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้น ถูกเก็บรวบรวม, ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือเห็นว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นไม่มีจำเป็นที่จะการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ของนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อคท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว
สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (Right to restriction of processing): ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯระงับการใช้ข้อมูลของท่าน ในกรณีดังต่อไปนี้
-
เมื่อบริษัทฯอยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่ท่านร้องขอ
-
เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลาย แต่ท่านขอให้ระงับการใช้แทน
-
เมื่อข้อมูลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลของท่าน แต่ท่านมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายการปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
-
เมื่อบริษัทฯอยู่ระหว่างพิสูจน์คำขอใช้สิทธิคัดค้านของท่าน เพื่อตรวจสอบว่าบริษัทฯมีอำนาจตามกฎหมายให้ปฏิเสธคำคัดค้านของท่านได้หรือไม่
-
สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล (Right to rectification): ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทฯดำเนินการให้ข้อมูลถูกต้องเป็นปัจจุบัน, สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
-
สิทธิร้องเรียน (Right to lodge a complaint): ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ท่านสามารถใช้สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นได้ โดยติดต่อมาที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯตามที่ระบุไว้ในนโยบายนี้ บริษัทฯจะแจ้งผลการดำเนินการภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่บริษัทฯได้รับคำขอใช้สิทธิจากท่านตามแบบฟอร์มหรือวิธีการที่บริษัทฯกำหนด ทั้งนี้ การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทฯอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล การใช้สิทธิละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น
8. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่แก่บุคคลอื่นหรือนิติบุคคลภายนอกภายใต้ความยินยอมของท่านหรือที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ ดังต่อไปนี้
ผู้ให้บริการ
บริษัทฯอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบางอย่างให้กับผู้ให้บริการของบริษัทฯ เท่าที่จำเป็นเพื่อดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เช่น การชำระเงิน การตลาด การพัฒนาสินค้าหรือบริการ เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ให้บริการมีนโยบายความเป็นส่วนตัวของตนเอง
พันธมิตรทางธุรกิจ
บริษัทฯอาจเปิดเผยข้อมูลบางอย่างกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อติดต่อและประสานงานในการให้บริการสินค้าหรือบริการ และให้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นเกี่ยวกับความพร้อมใช้งานของสินค้าหรือบริการ
บริษัทฯ ขอรับรองว่าจะไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่มีการเก็บรวบรวมไว้นั้น ไปใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกจากตามวัตถุประสงค์การใช้อันชอบด้วยกฎหมายหรือเพื่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
9. ผู้เยาว์, บุคคลไร้ความสามารถหรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
ในกรณีที่ท่านเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลท่านใดเป็นผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ถือเป็นผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การให้ความยินยอมของท่านต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำแทนท่านด้วย หากผู้จะให้ความยินยอมนั้นเป็นผู้เยาว์ที่อายุไม่เกิน 10 ปี ต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองนั้นโดยตรง
ในกรณีเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลท่านใดเป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ ต้องขอความยินยอมจากผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนบุคคลไร้ความสามารถหรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถนั้นแล้วแต่กรณี
หากบริษัทฯทราบว่ามีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลจากบุคคลที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งการให้ความยินยอมกระทำโดยไม่มีอำนาจหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย บริษัทฯมีอำนาจดำเนินการลบข้อมูลนั้นออกจากเซิร์ฟเวอร์และระบบของบริษัทฯโดยทันที
10. การโฆษณาและการตลาด
บริษัทฯอาจส่งข้อมูลหรือจดหมายข่าวไปยังอีเมลของท่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอสิ่งที่ท่านสนใจ หากท่านไม่ต้องการรับการติดต่อสื่อสารจากบริษัทฯผ่านทางอีเมลอีกต่อไป ท่านสามารถกด “ยกเลิกการติดต่อ” ในลิงก์อีเมลหรือติดต่อมายังอีเมลของบริษัทฯได้
11. เทคโนโลยีติดตามตัวบุคคล (Cookies)
คุกกี้ (Cookies) คือไฟล์ที่เว็บไซต์ที่ท่านเข้าชมสร้างขึ้น ซึ่งช่วยให้ท่านทำสิ่งต่างๆ ทางออนไลน์ได้ง่ายขึ้นด้วยการบันทึกข้อมูลการท่องเว็บ โดยเว็บไซต์ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านลงชื่อเข้าใช้อยู่เสมอ จดจำค่ากำหนดเว็บไซต์ และมอบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องให้แก่ท่าน
บริษัทฯใช้คุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันเพื่อพัฒนาการเข้าถึงสินค้าหรือบริการ โฆษณาที่เหมาะสม และติดตามการใช้งานของท่าน เพื่อเพิ่มประสบการณ์การเข้าใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทฯให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในกรณีที่ท่านไม่ประสงค์ให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ใช้บริการผ่านทางคุกกี้ ซอฟต์แวร์ และเครื่องมือการตรวจวัด ท่านสามารถตั้งค่าบราวเซอร์เพื่อลบหรือปฏิเสธคุกกี้ หรือซอฟต์แวร์การตรวจวัดบางรายการก่อนใช้เว็บไซต์ของบริษัทฯได้ โดยระบบจะลบค่ากำหนดที่บันทึกไว้ของท่าน
12. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกิดขึ้น บริษัทฯจะดำเนินการแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของ บริษัทฯจะแจ้งการละเมิดให้ท่านทราบโดยไม่ชักช้าผ่านช่องทางติดต่อที่ท่านให้ไว้
13. นโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์อื่น
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้สำหรับการเสนอสินค้า บริการ และการใช้งานบนเว็บไซต์สำหรับลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น หากท่านเข้าชมเว็บไซต์อื่นแม้จะผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ จะเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์นั้น ซึ่งบริษัทฯไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือก่อให้เกิดสิทธิหรือหน้าที่ความรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
14. รายละเอียดการติดต่อ
หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ รวมถึงการขอใช้สิทธิต่างๆท่านสามารถติดต่อบริษัทฯหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯได้ ดังนี้
แผนกกฎหมายและนิติกรรม
บริษัท วาย เอช เอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
2445/27-30 อาคารธารารมณ์ บิสซิเนสทาวเวอร์ ชั้น 16 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ
เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310 โทร. 02-3181383, 02-3181385 ต่อ 630
E-mail: yhsinter@yhsi.com
เมื่อท่านตกลงยอมรับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ บริษัทฯจะถือว่าท่านยอมรับว่าการใช้บริการใดๆ ของบริษัทฯถือเป็นการยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการทั้งหมด และการตกลงยอมรับดังกล่าวมีผลสมบูรณ์
